PR News

ผู้ว่าฯ ททท. เปิดเกม “The Year of Transformation” ปั้นไทยสู่ World Event Hub Destination

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (World Event Hub Destination) ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” มุ่งเปลี่ยนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากปริมาณสู่คุณค่า ผ่านการขับเคลื่อน Festival Economy และการผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทย หรือ Signature Thailand ควบคู่กับการดึงดูดอีเวนต์และเทศกาลระดับโลก เพื่อสร้างแรงจูงใจใหม่ในการเดินทาง กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดท่องเที่ยวโลก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาประเทศไทยสู่ World Event Hub Destination ไม่ได้มุ่งเฉพาะการดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับเทศกาลและประเพณีไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นให้กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลือกเดินทางมายังประเทศไทย

“ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งและแตกต่างจากจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ทั่วโลก ททท. จึงมุ่งผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทย หรือ Signature Thailand ให้เป็นสินค้าท่องเที่ยวระดับสากล โดยใช้จุดเด่นด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ และเรื่องราวของแต่ละพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้นักท่องเที่ยว” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว

ภายใต้แนวทางดังกล่าว ททท. เตรียมผลักดัน 3 เทศกาลสำคัญในกลุ่ม Signature Thailand สู่การรับรู้ในระดับนานาชาติ ได้แก่ ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งสะท้อนศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาการแกะสลักเทียนอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร ที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาอย่างงดงาม และ ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม เทศกาลอันทรงคุณค่าที่ผสานความศรัทธา วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำโขง และความงดงามของแสงไฟยามค่ำคืนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับทั้ง 3 งานสู่การเป็นเทศกาลระดับนานาชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าสู่ภูมิภาคตลอดทั้งปี
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เทศกาลและอีเวนต์ไม่เพียงเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มการใช้จ่าย ขยายระยะเวลาพำนัก และกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ ททท. ในการมุ่งสู่การเป็น High-Value & Meaningful Destination

พร้อมกันนี้ ททท. ยังคงเดินหน้าดึงดูด World & International Events ที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการผลักดัน Tomorrowland Thailand 2026 มหกรรมดนตรีระดับโลกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนบทบาทของไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Entertainment Hub และ World Event Hub Destination โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมกว่า 21,386 ล้านบาท สร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐกว่า 1,412 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 21,000 ตำแหน่ง รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวก่อนและหลังการจัดงาน ส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร การคมนาคม และบริการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องในวงกว้าง
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ ททท. เตรียมใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก คือ มหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน สิ่งแวดล้อม นวัตกรรม และการท่องเที่ยวสีเขียว พร้อมสร้างการเดินทางสู่ภูมิภาค กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับนานาชาติขนาดใหญ่
นอกเหนือจากเทศกาล Signature Thailand และอีเวนต์ระดับโลกดังกล่าว ททท. ยังเดินหน้าต่อยอดกิจกรรมที่มีศักยภาพทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ Amazing Thailand Marathon, Maha Songkran World Water Festival, Vijit Chao Phraya และ Wonderfruit เพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอีเวนต์และเทศกาลระดับโลก
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ ศักยภาพในการจัดงานขนาดใหญ่ และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น การนำจุดแข็งเหล่านี้มาต่อยอดผ่านเทศกาล Signature Thailand ควบคู่กับการดึงดูด World-Class Events จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือการทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลอัตลักษณ์ไทยระดับโลกหรืออีเวนต์นานาชาติระดับเรือธง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ World Event Hub Destination อย่างแท้จริง” นางสาวฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ประเทศไทยยังมีอีเวนต์และเทศกาลสำคัญรอให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร่วมชมการฝึกซ้อมและเฝ้ารับเสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค (Royal Barge Procession 2026) พระราชพิธีทางน้ำอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยาก ซึ่งสะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมและพระราชประเพณีไทยสู่สายตาชาวโลก, ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ในเดือนตุลาคม, มหกรรมพืชสวนโลก UDON THANI INTERNATIONAL HORTICULTURAL EXPO 2026, งาน VIJIT THAILAND และ VIJIT CHAO PHRAYA 2026, มหาลอยกระทง, AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2026 และ THE ANNUAL GLOBAL WELLNESS SUMMIT 2026 ในเดือนพฤศจิกายน, Wonderfruit 2026, Tomorrowland Thailand 2026, 2026 Spartan Super World Championship & Trifecta Weekend Chiang Rai รวมถึงเทศกาลแห่ดาว จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาล Signature Thailand ที่สำคัญของประเทศ
โดย ททท. ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติออกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยตลอดช่วงปลายปี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสีสัน กระจายรายได้สู่ชุมชน และค้นพบเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านเทศกาลและอีเวนต์ที่หลากหลายตลอดทั้งฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

Scroll Up