ตุลาคม 20, 2026
Latest:
PR News

ดีอี-ดีป้า นำ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยแสดงศักยภาพในงาน Slush 2026 พร้อมดึงพันธมิตรระดับโลกร่วมปั้นดิจิทัลและพัฒนาประเทศ

วันที่ 19 ตุลาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – กระทรวงดีอี โดย ดีป้า เตรียมนำ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยตัวแทนประเทศที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลสตาร์ทอัพเข้าร่วมงาน Slush 2026 ระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายนนี้ ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับโลก
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การผลักดันดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตในระดับสากล และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกถือเป็นภารกิจสำคัญของ ดีป้า และสอดรับกับแนวนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการดิจิทัลไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมสร้างโอกาสในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาต่อยอดการพัฒนาประเทศ
“การเข้าร่วมงาน Slush 2026 ระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายนนี้ ณ กรุงเฮลซิงกิ สาธารณรัฐฟินแลนด์ ของ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพตัวแทนประเทศไทยที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลสตาร์ทอัพ
จะไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอศักยภาพและเข้าถึงนักลงทุนระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสตาร์ทอัพและพันธมิตรจากต่างประเทศ เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ พัฒนาแนวคิดไปสู่โครงการริเริ่มเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ขณะเดียวกันความร่วมมือดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศ เชื่อมโยงสตาร์ทอัพต่างชาติเข้ากับตลาดและโอกาสทางธุรกิจของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การทดลองใช้เทคโนโลยี การพัฒนาโครงการร่วมกัน และการขยายธุรกิจ
ในประเทศ ตลอดจนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
สำหรับ 8 ดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยที่ได้รับการคัดเลือกครั้งนี้ครอบคลุมเทคโนโลยีในสาขาที่มีศักยภาพต่อ
การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่ การเกษตรอัจฉริยะและเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อความยั่งยืน (Smart Agriculture & Green Technology for Sustainability) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) การท่องเที่ยวและสุขภาวะในเมือง (Tourism & Urban Wellness) และการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งประกอบด้วย
SABLE โดย บริษัท เซเบิล จำกัด แพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าด้วยระบบ AI CDP
ที่รวบรวมและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจากทุกช่องทาง พร้อมระบบ Automation ช่วยให้องค์กรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาดและการขาย
แพลตฟอร์มดิจิทัลวอลเล็ต โดย บริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด สตาร์ทอัพด้าน FinTech และ Digital Payment ผู้พัฒนา Reimbursement Hub ระบบบริหารจัดการและเบิกจ่ายทุนสนับสนุนการวิจัยแบบดิจิทัล ประยุกต์ใช้ Blockchain, Smart Contract และ Banking API เชื่อมต่อกับระบบธนาคาร ช่วยให้การเบิกจ่ายเป็นอัตโนมัติ รวดเร็ว โปร่งใส และลดขั้นตอนด้านเอกสาร
Talking Jelly โดย บริษัท ไอบอทน้อย จำกัด ระบบ Voice AI สำหรับผู้ประกอบการที่ออกบูธ สามารถแนะนำบริษัท สินค้าและบริการ เก็บข้อมูลผู้สนใจ (Lead) บันทึกและสรุปความต้องการของผู้เข้าชม อีกทั้งช่วยแปลบทสนทนาระหว่างผู้พูดต่างภาษา
Ocare Preventive Care Intelligence Platform โดย บริษัท โอแคร์ เฮลท์ ฮับ จำกัด แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยติดตาม วางแผนดูแลสุขภาพ และประเมินความเสี่ยงแบบเฉพาะบุคคลอย่างต่อเนื่อง
PRIMO โดย บริษัท พริโมเวิร์ส จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Enterprise Loyalty & Customer Engagement แบบครบวงจร ทั้งระบบ Back-end และ Front-end เพื่อช่วยให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า สร้าง Personalized Engagement และสนับสนุนการทำ CRM & Marketing Automation ให้มีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับธุรกิจแต่ละประเภท โดยเฉพาะธุรกิจ Enterprise และ Multi-branch
PLOOK โดย บริษัท ปลูก เวนเจอร์ส จำกัด ระบบ AI จัดการ Supply ผักและผลไม้สำหรับภาคธุรกิจ (AI-Powered Fresh Produce Supply System) ช่วยเชื่อมโยง Supply สินค้าเกษตร
ที่กระจัดกระจายให้เป็น Supply Chain ที่เชื่อถือได้ พร้อมคาดการณ์ความต้องการและวางแผนผลผลิต เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะสินค้าล้นตลาด
Alto CERO 2026 โดย บริษัท อัลโต้เทค โกลบอล จำกัด แพลตฟอร์ม AIoT ควบคุมอาคารอัจฉริยะ เพื่อลดการใช้พลังงานและคาร์บอนสู่เป้าหมาย Net-Zero โดยผลิตภัณฑ์ครอบคลุม
4 รูปแบบหลัก ได้แก่ Alto Multi-Property (บริหารหลายอาคาร), Alto Carbon & ESG Dashboard (ติดตามข้อมูลความยั่งยืน), Alto Greenify (จัดการมาตรฐานโรงแรมเขียว) และ Alto Digital Twin (แบบจำลองอาคารเสมือนจริง)
CloverX และ Xircle โดย บริษัท โคลเวอร์เอ็กซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท Health Technology ที่พัฒนา Ecosystem สุขภาพแบบ Data-driven เชื่อมต่ออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ แอปพลิเคชัน Xircle และระบบวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลด้านการกิน การเคลื่อนไหว และการนอนให้เป็น Insight ที่นำไปใช้ดูแลสุขภาพได้จริง
นอกจากการเข้าร่วมงาน Slush 2026 แล้ว ดิจิทัลสตาร์ทอัพทั้ง 8 รายจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเสริมศักยภาพและสร้างเครือข่ายในประเทศฟินแลนด์ ทั้งการเรียนรู้จากระบบนิเวศสตาร์ทอัพ การพบปะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ รวมถึงกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจและนักลงทุน เพื่อเปิดโอกาสในการขยายตลาด เข้าถึงแหล่งเงินทุน สร้างพันธมิตร และนำองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่กลับมาต่อยอดธุรกิจในประเทศไทย
ดร.ศุภกร กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรมดังกล่าวจะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในระยะยาวให้กับดิจิทัลสตาร์ทอัพ พร้อมสร้างโอกาสด้านการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ เพื่อผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในตลาดสากล พร้อมนำโอกาสและเครือข่ายที่ได้รับกลับมาต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป
ทั้งนี้ Slush ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของวงการสตาร์ทอัพระดับโลก ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการ นักลงทุน บริษัทเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมจากนานาประเทศ เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพได้พบปะนักลงทุนและพันธมิตร ศึกษาแนวโน้มเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนแสวงหาโอกาสในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
Scroll Up